-ใน Fat live เหยียบสิบ มีการแสดงจากค่ายสมอลรูม เหยียบสิบวง ไล่มาตั้งแต่ Tattoo Colour , Jida , The Richman Toy, Slur, เป้ อารักษ์ , Lemon Soup , Superbaker, Lomosonic, Penguin Villa, Gene Kasidit, Greasy Café นี่มันเหยียบไปเกินสิบแล้วนี่นา
- ต้องบอกว่าบรรยากาศของคอนเสิร์ตมันไม่เกิดขึ้นใน Fat Live ซึ่งจริงๆก็เตรียมใจไว้นิดหน่อยอยู่แล้ว ถึงได้เลือกซื้อบัตรนั่ง เพราะหลังจากประสพพบเจอของคนที่เข้าชมงานของแฟตปีหลังๆ ได้เปลี่ยนไปมากจริงๆ การที่ไปยืนดูคงต้องเกิดความหงุดหงิดใจบางอย่างขณะดูแน่นอน เลยขอเลือกที่จะไปนั่งเก็บบรรยากาศแบบเงียบๆด้านบน แต่การที่ไม่ได้รู้ถึงถึงบรรยากาศการดูคอนเสิร์ตคงจะโทษแค่คนดูไม่ได้ ในเมื่อเพลงที่เล่นมันตะกุกตะกัก กำลังจะพีคอยู่แล้ว ตัดเข้าเพลงช้าซะงั้น จนหลายๆเสียงบ่นออกมาว่าอารมณ์ค้าง ลองคิดกันเล่นๆ ว่า “ตาสว่าง” ที่เล่นโดย “อพาร์ทเมนต์คุณป้า” แจมกับ “บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์” ต่อด้วย “ต่อให้ใครไม่รัก” ที่เล่นโดย “Brandnew Sunset” ต่อด้วย “Miniute of love” ของ “Superbaker” นี่ล่ะครับสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในคอนเสิร์ตครั้งนี้
- Motion Graphic ที่หลายๆครั้งเป็นสิ่งที่คนพูดถึงมากที่สุดในรับไปดูคอนเสิร์ตของแฟต เรดิโอ ได้เกิดอุบัติเหตุให้ใช้งานไม่ได้ถึงได้ก็ยังไม่สมบูรณ์ไปเหยียบสิบเพลง เป็นสิ่งที่น่าเสียดายมากๆเพราะในงานคอนเสิร์ตหลายๆครั้ง สิ่งนี้ถือเป็นจุดแข็งที่มักจะทำได้น่าสนใจและแตกต่างจากคอนเสิร์ตของค่ายอื่นๆ แต่ครั้งนี้คงต้องบอกว่าคว่ำไม่เป็นท่า เพราะนอกจากที่จอมืดดับไปหลายเพลง หลังจากกลับมาภาพส่วนใหญ่ ก็กลายเป็นเพียงภาพสดจากบนเวทีที่เหลื่อมกันเอง เนื่องจากภาพมีหลายจอและต้องเซทใหม่กันกลางงาน กราฟฟิตที่เอามาใช้บางครั้งถึงขั้นไม่ได้เรื่อง ไม่มีที่มาที่ไป แต่ก็ทำให้เราได้เห็นถึงขั้นตอนการทำงานกันจริง ทั้งยังรู้ว่า การควบคุมเหล่านี้ ทำโดย Window XP (เพราะพี่เล่นบูทคอมขึ้นจอเลย)
- “เป้ อารักษ์” เป็นศิลปินที่ไม่สามารถใช้การจำกัดความดาษๆมาตัดสินได้ เพระถึงการแสดงจะเป็นอย่างไร คนที่ได้รับเสียงกรี๊ดมากที่สุดในงาน ก็ยังเป็นเป้คนนี้อยู่ดี (เป้ ร้องเพลง “ไม่มีความหมาย” ต้นฉบับโดย “วิน Sqweez Animal”)
- “เล็ก สุรชัย กิจเกษมสิน” ที่ดูจะกลายเป็นศิลปินของยุคที่แล้วไปซะแล้ว ณ เวลานี้ เพราะดูจากการตอบรับในการโชว์ในคอนเสิร์ตนี้ ที่เงียบกริบมากๆ ยิ่งไปกว่านั้น โชว์ของเค้ายังถือเป็นช่วงเวลาที่คนดูออกไปเข้าห้องน้ำมากที่สุดในคอนเสิร์ตซะด้วย เห็นแล้วก็รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย ที่ศิลปินที่ครั้งหนึ่งเคยถือเป็นไฮไลท์ของงานต้องมาเจอกันสถานการณ์แบบนี้
- กร่อยที่สุดในงาน สำหรับผมคงต้องยกให้ “Lemon Soup” เพราะ Cover เพลงสุดเพราะอย่าง “วันที่ฉันป่วย” ได้สุดแสนจะธรรมดามากๆ ประมาณว่าวงไหนเล่นดนตรีเป็นก็คงทำได้อย่างสบายมาก และที่ดูจะมีเสน่ห์มากที่สุด มีหลายวงที่Cover ได้เป็นตัวของตัวเองมากมาย เช่น “สิงโต นำโชค” ที่เล่น “จิ๊จ้ะ” ได้ชิลมากๆและแปลกมากๆเช่นกัน อีกวงคงต้องยกให้ “Paradox” ที่โชว์เพลง “โรคจิต” ได้โรคจิตและมันส์มากๆ และที่จะไม่พูดถึงคงจะไม่ได้กับเจ้าของวลี “มาคนเดียวก็เล่นได้” อย่าง “จุ๋ย จุ๋ยส์” ที่การแสดงของผู้ชายคนนี้นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันจริงๆ และโชว์น้อยแต่มากอย่าง 3เสียงประสาน + 1 เสียงกีตาร์ ของวงที่ทำงานไว้ใจได้อย่าง “Tattoo Colour” ก็คงต้องได้รับการพูดถึงในภายหลังอย่างแน่นอน
- ในขณะที่อีกเล็กอย่าง “Greasy Café” นับเป็นศิลปินที่Cover เพลงศิลปินคนอื่นได้เหมือเพลงตัวเองมากที่สุดคนหนึ่ง แม้ว่าส่วนใหญ่จะดูหม่นหมอง ดูเป็นคนมีปัญหาในชีวิต ครุ่นคิด แก่ประสพการณ์ หรือที่บางคนอาจจะเรียกง่ายๆว่า “Dark” นั่นเอง ครั้งนี้กับเพลง “สาป” ก็ยังคงทำเพลงได้น่าขนลุก และน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก เรียกว่าคนละขั้วอารมณ์กับเจ้าของเพลงอย่าง “ธีร์ ไชยเดช” เคยทำไว้ก็ว่าได้
-ไฮไลท์ของงาน สำหรับผมคงยกให้การที่ได้เห็น “อาภาพร นครสวรรค์” บนเวทีคอนเสิร์ตครั้งนี้กับโชว์ของ “The Photo Sticker Machine” ในเพลง “ขอบอก” ถึงแม้ว่าเธอจะร้องไปดูเนื้อไป และร้องนำดนตรีไปเยอะทีเดียว อีกทั้งเมื่อร้องจบเพลงเธอก็ลงจากเวทีไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ดนตรีจะจบลงด้วยซ้ำไป แต่สำหรับเจ้าของงานคงอยากให้ การรวมวงสกาแห่งยุคทั้งสองวงอย่าง “The Super Glasses Ska Ensemble” และ “Teddy Ska Band” ที่ส่วนตัวแล้วต้องตั้งคำถามว่าจะรวมกันทำไมให้มันวุ่นวาย เพราะเพลงก็เล่นออกมาเหมือนเดิม และต่างวงก็ต่างเยอะกันอยู่แล้ว (เยอะทั้งคน เยอะทั้งเครื่อง เยอะทั้งลีลา) จนดูว่า “เยอะ” เกินไปมากเลยทีเดียว
-เมื่อพูดถึงสกาแล้ว ครั้งนี้ก็คงเป็นบทพิสูจน์อีกบทว่า “ดนตรีสกา” คือบทเพลงแห่งยุคจริงๆ เพราะไม่ว่าจะเล่นที่ไหน เล่นเมื่อไรก็ยังคงสามารถที่จะชวนให้ผู้คนลุกขึ้นมาเต้นไปตามเสียงเพลงแบบสั่งได้ไปซะทุกงาน และในครั้งนี้ก็เช่นกัน เรียกได้ว่าแทบจะเป็นโชว์เดียวที่เรียกคนดูลุกขึ้นมาเต้นได้เกือบทั้งฮอลล์ ถึงแม้ว่าคนอย่างผมจะรู้สึกว่ามีตั้งแต่ปีที่แล้วมีโชว์ประเภทนี้ให้ได้รับชมกันจนเอียนแล้วก็ตาม แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ “สกา” ยังทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม
-ความจริงข้อสุดท้ายสำหรับผมอย่างที่บอกไปแล้วว่ากลุ่มคนฟัง Fat Radio ในยุคนี้มันเปลี่ยนไปมากซะจน คนอย่างผมอาจจะไม่เข้าใจมันอีกแล้วก็คงเป็นได้ เพราะหลายๆงานในระยะหลังๆที่จัดโดยคลื่นอ้วนคลื่นนี้ ไม่ได้สร้างความประทับใจให้ผมได้ซักเท่าไร หรือแม้กระทั่งจะทำให้นึกถึงวันวานเก่าๆ ที่เคยเจอมาในงานของคลื่นนี้ ก็ตาม
รายชื่อเพลงและศิลปินที่แสดงในงานนี้
ชั่วโมงต้องมนต์ : Friday
กลับมา : 2 days ago kids
แค่บอกว่ารักเธอ+หยุด : Burin
จิ๊จ๊ะ : สิงโต นำโชค
ฤดูที่ฉันเหงา : Flure
ฮู้ฮู : day tripper
stereo : Monotone
ขุนกระบี่+กระโดดเตะหลอดไฟ : Lomosonic
ฤดูร้อน : Sqweez Animal
แต่งงาน : Yong Koi
วันที่ฉันป่วย : Lemon Soup
แค่ความรัก : Q Flure
จิตรกรรม : Lula
ตาสว่าง : ApartmentKhunpa + Burin
ต่อให้ใครไม่รัก : Brandnew Sunset
Miniute of love : Superbaker
ความจริงในใจ : Ganesha
ปล่อย : หนู Kidnapper
กลับมาที่เดิม Siam Secret Service
Acrophobia : Penguin Villa
Terminal : Jida
สาป : Greasy Cafe
โลกไม่ใช่ของเรา : จุ๋ย จุ๋ยส์
จังหวะชีวิต : Yokee Playboy
ทุกอย่าง : Scrubb
กอดหมอน : Mild
โลกแห่งดนตรี : เล็ก สุรชัย กิจเกษมสิน
ไม่มีความหมาย : เป้ อารักษ์
หยุด : Tattoo Colour
มันอยู่ที่จังหวะ : Gene Kasidit
ขอบอก : Photo Sticker Machine + อาภาภรณ์ นครสวรรค์
โรคจิต : Paradox
เหม่อ : Slur
เช้าไม่กลัว : The Richman Toy
มนต์รักเพลงสกา : All Ska Band

คิดถึง
หายไปนานนะ
ปล.ก็มันสิบปีแล้วน่ะ
ไอ้สิ่งที่คนฟังรุ่นแรกๆ อยากฟัง แต่รุ่นหลังๆ อาจจะเบื่อๆ
อืม จริงทุกประการ เป็นการดูคอนเสิร์ตที่ไม่ได้ยืนเลยซักเพลง โชว์วงละเพลงมันน้อยไปบิ้วอารมณ์ไม่ทัน
พี่เจี๊ยบมันคงเป็นแบบนั้นจริงๆล่ะครับ ส่วนเรื่องหายไปนาน ช่วงนี้เรื่องปวดหหัวมันเยอะครับ เลยเขียนไม่ออก เขียนได้ไม่กี่ประโยคก็ตันละ
ส่วนทรายไม่ต้องอวยกันมากขนาดนั้นก็ได้นะ 555