
ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าที่เลือกหนังเรื่องนี้มาดูเพราะว่าอยากดูหนังแบบที่ไม่ต้องคิดมากก่อนจะนอน แล้วเผอิญหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่โหลดมาแล้วยังไม่ได้ดูเรื่องเดียวที่มีซับไตเติ้ล แล้วยังเป็นหนังของพี่เฉินหลงเค้าอีก ช่างเป็นตัวเลือกที่ดีจริงๆ จะว่าไปตัวหนังเองกไม่ได้มีความสนุกอะไรมากมาย แค่เอาไว้ดูเพลินๆก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร แต่ความน่าทึ่งที่ผมรู้สึกจากหนังเรื่องนี้ไม่ได้มาจากบทหนังซักนิด
ที่ต้องบอกอย่างแรกคงจะหนีไม่พ้นเรื่องโลเคชั่นของหนังที่ทำการถ่ายทำในประเทศจีน ซึ่งผมว่าหนังเรื่องนี้คงทำให้คนหลายๆคนอยากลองไปสัมผัสบรรยากาศจริงๆของประเทศนี้อย่างแน่นอน ภาพของประเทศนี้เปลี่ยนภาพประเทศจีนที่ผมรู้จักไปอย่างมาก จากภาพประเทศที่วุ่นวายคนเยอะๆโหวกเหวกโวยวายยุ่งเหยิง แต่ภาพที่เห็นในเรื่องนี้กลับเต็มไปด้วยสถานที่ท่องที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งสนามกีฬาทั้งสองแห่งที่พึ่งใช้จัดงานโอลิมปิคไป ทั้งบรรยากาศรอบๆบริเวณบ้านของตัวเอกที่ครึ้มขจีไปด้วยต้นไม้ ทั้งยังมีสวนสาธารณะกลางต้นไม่เขียวขจีอีก ดูแล้วอยากจะไปอยู่ซักเดือน ยังไม่หมดยังมีทั้งพระราชวังต้องห้ามอันโด่งดังที่ถ่ายทอดออกมาได้ถึงความยิ่งใหญ่ของพระราชวังนี้ได้อย่างดีแม้ว่าเราจะเห็นมันเต็มๆแค่ไม่กี่วินาทีก็ตาม แต่แทบจะเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ไม่เห็นหัวคนบนลานหน้าพระราชวัง ซึ่งทำให้มันดูดีชะมัด และอีกที่คือกำแพงเมืองจีนซึ่งไม่น่าจะพลาดจากการมาอยู่ในหนังที่ผมว่าตั้งใจเต็มที่กับการโปรโมทการท่องเที่ยวอย่างเรื่องนี้อยู่แล้ว อีกที่ๆผมว่สวยงามไม่พ้ครในโลกน่าจะเป็เทือกเขอไซักย่างและวัดอะไรซักอย่างบนเขาลุกที่ว่า มันช่าน่าทึ่งจริงๆ เอาป็ซ๋ษษษผวาัสยกว่าแกรนด์แครนยอนละกัน
นอกจากจะทำให้ประเทศจีนดูน่าเที่ยวขึ้นมากแล้ว ยังทำให้สิ่งๆหนึ่งที่อยู่คู่กับคนจีนมานานแสนนานอย่าง”กังฟู”ดูยอดเยี่ยมและสวยงามมากๆ ต่างจากภาพของกังฟูที่สู้กันอย่างรวดเร็วจนเรามองไม่ทันในหลายๆเรื่อง เรื่องนี้มีฉากที่โช์ท่วงท่าที่สวยงามและน่าทึ่งอยู่มากมายจริงๆ ทั้งจากฉากผู้ใหญ่สั่งสอนเด็กของเฉินหลง ที่นุ่มนวลและยังคงเสน่ห์ของเค้าไว้อย่างเต็มที่ หรือจะเป็นการต่อสู้ที่รวดเร็วรุนแรงของแก็งค์เด็กกังฟูในเรื่องก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน จนอดนึกไม่ได้ว่าเด็กพวกนี้มันน่ากลัวจิงๆ ทั้งยังมีฉากที่โชว์ถึงศิลปะวัฒนธรรมของจีนอย่างการแสดงหุ่นละครในงานวัด(จริงๆมันคืองานเทศกาลอะไรซักอย่าง) หรือจะเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บโดยการใช้ไฟและถ้วยดูด
อีกอย่างที่ไม่พูดถึงคงจะไม่ได้ก็คงเป็นเรื่องของเหล่านักแสดง อย่างเฉินหลงที่เล่นเป็นคุณลุงที่คอยดูแลหอพัก ที่เป็นบ้านของพระเอกเรานี่เอง เรื่องนี้ลุงเฉินหลงมาแบบดราม่าเต็มที่(มาแนวคล้ายๆ Shinjuku incidentเลย)ไม่ยิ้มเลยซักแอะ กว่าจะเห็นลุงแกยิ้มได้ก็ท้ายๆเรื่องโน่น แต่ก็ถือว่าเป็นอีกแนวที่ลุงแกก็ทำได้ดีไม่แพ้บทบู๊เหมือนกัน และมาถึงพระเอกของเรา อย่าง Jaden Smith ลูกชายของ Will Smith ความทุ่มเทและความสามารถในการแสดงของเด็กคนนี้ก็ต้องบอกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นอนาคตไกลแน่นอน ขณะที่ดูคิวบู๊ของเด็กคนนี้ในเรื่องคุณอาจจะมีความไม่เชื่อว่าเค้าจะทำได้จริง แต่หากดูจนจบรวมทั้งภาพเบื้องหลังท้ายเรื่อง คุณๆจะเห็นภาพเด็กคนนี้ฝึกซ้อมหลายต่อหลายครั้ง และก็จะเห็นว่าเค้าทำได้จริงๆ และรูปร่างก็เปลี่ยนไปตามเรื่องจริงๆซะด้วย (แค่รูปเงาทำท่าเตะสูงอันนั้น ถ้าไม่ฝึกอย่างหนักและสม่ำเสมอจริงๆก็คงทำไม่ได้แล้ว) ทั้งยังเหล่าเด็กๆแก็งค์กังฟูตัวร้ายแต่ละคนก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ยิ่งตัวหัวหน้าแก็งค์ที่เก็กหน้าโหดตลอดทั้งเรื่อง พอมาเห็นใบหน้ายิ้มแย้มใบภาพนิ่งเบื้องหลังแล้วต้องบอกว่าอย่างกับคนละคน ซึ่งผมว่าถ้าอีก10-20ปี Jaden จะกลายเป็น Will ได้เด็กคนนี้ก็จะกลายเป็นเจ็ท ลี ได้เหมือนกัน
ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้ถึงจะดูยังไงก็รู้ว่าตั้งใจทำมาเพื่อให้ประเทศจีนดูดีและน่าไปเที่ยวอยู่แล้วแต่ก็ต้องบอกอีกเหมือนกันว่าทั้งหมดมันดูไม่ฝืนเลย ทุกอย่างที่ถูกจับใส่เข้ามาไม่ได้ทำให้เรารู้สึกขัดข้องใจว่าทำไมมันต้องทำอย่างนั้น หรือมันต้องไปที่แบบนี้ ถึงแม้ความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้นอาจจะไม่มี แต่หนังก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าโดนยัดเยียดอะไรเหล่านี้ขณะที่รับชม ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะหนังมันไม่ได้ซ๊เรียสเรื่องพวกนี้อยู่แล้วเพราะเอาจริงๆเนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ซักเท่าไร แต่ที่สำคัญที่ทำให้เกิดความรู้สึกแบบนี้ได้น่าจะเกิดจากว่ามันจับมาใส่แล้วมันส่งเสริมให้ทุกอย่างมันดูดีขึ้นมากกว่าจะทำลาย ซึ่งหนังไทยก็น่าจะหาโอกาสทำอะไรแบบนี้บ้าง เชื่อว่าบ้านเราก็มีดีไม่แพ้ใครเหมือนกัน ไม่ใช่เอะอะๆก็จะไปเกาหลีจะไปถ่ายเมืองนอก น่าเบื่อ!!!
ปล.ผู้เขียนไม่ค่อยได้เขียนเกี่ยวกับหนัง ไม่ค่อยได้ดูหนัง ไม่ใช่แฟนหนังตัวจริงดูแค่เฮฮาเท่านั้น ^_^
ปล2. Kung Fu Kid = Karate Kid ในอเมริกา
Beijing, I love you
ว่างั้น
รักมากพี่ เรื่องนี้เล่นซะอยากไปเลย